ใครเป็นสิวอักเสบคงจะเข้าใจความรู้สึกเป็นอย่างดีแน่ๆครับ เพราะว่าสิวอักเสบแบบไม่มีหัวเป็นอะไรที่บวกมาก เจ็บมาก และหายช้ามากครับ ทำให้เราอยากจะบีบมัน หรือตัดเนื้อทิ้งไปซะเดี๋ยวนั้นเลย
แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น ลองอ่านข้อความด้านล่างนี้ก่อนครับ แล้วจะเข้าถึงแก่นของสิวอย่างถูกต้อง และหายไวขึ้นแน่นอนครับ
การที่ สิวอักเสบ (pimple or acne inflammation) ต้องบวมและเจ็บเกิดจากกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบและการติดเชื้อในผิวหนัง เมื่อสิวอักเสบเกิดขึ้น กระบวนการที่เกี่ยวข้องมีดังนี้:
กระบวนการของสิวอักเสบ
- การสะสมของน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว:
- ต่อมไขมัน (sebaceous glands) บริเวณผิวหนังผลิตน้ำมัน (sebum) เพื่อหล่อลื่นผิว แต่เมื่อการผลิตน้ำมันมากเกินไป หรือมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วอุดตันรูขุมขน จะทำให้เกิด การอุดตัน และ การสะสมของน้ำมัน ที่ทำให้รูขุมขนอักเสบและติดเชื้อได้.
- การติดเชื้อแบคทีเรีย:
- เมื่อรูขุมขนอุดตันและน้ำมันสะสมภายใน ผิวหนังจะเป็นที่อยู่อาศัยของ แบคทีเรีย ที่ชื่อ Propionibacterium acnes (P. acnes). การเจริญเติบโตของแบคทีเรียเหล่านี้ในรูขุมขนอุดตันทำให้เกิดการติดเชื้อและกระตุ้นการอักเสบ.
- การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน:
- ร่างกายจะตอบสนองต่อการติดเชื้อและการอักเสบที่เกิดขึ้นโดยการส่ง เซลล์ภูมิคุ้มกัน (เช่น neutrophils) ไปยังบริเวณที่ติดเชื้อ ทำให้เกิด อาการบวม, ความเจ็บปวด, และ การเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ไปยังบริเวณนั้น ซึ่งเป็นกระบวนการอักเสบตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อกำจัดการติดเชื้อ.
- เซลล์ภูมิคุ้มกันที่ไปถึงบริเวณที่มีการติดเชื้อและการอักเสบอาจปล่อยสารที่ทำให้เกิดการบวม และสามารถเพิ่มแรงกดทับในพื้นที่นั้นทำให้รู้สึกเจ็บ.
- การสะสมของของเหลว:
- การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและการอักเสบทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของ ของเหลว ในบริเวณที่เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดอาการบวม. อาการนี้ทำให้สิวดูใหญ่ขึ้นและรู้สึกเจ็บ.
- การเจริญเติบโตของสิว:
- หากสิวอักเสบไม่ได้รับการรักษาหรือระบายออกของสารที่สะสมไว้ภายใน (เช่น หนองหรือเซลล์ที่ตายแล้ว) ก็อาจจะทำให้สิวมีขนาดใหญ่ขึ้น และการบวมเจ็บจะรุนแรงขึ้น.
จากนั้นเราก็จะมีคำถามเกิดขึ้นในหัวว่า แล้วสิวไม่มีหัว ไม่ให้บีบมันจะหายไปได้ยังไง เพราะหัวมันยังอยู่! ไปหาคำตอบได้ด้านล่างครับ
สิวไม่มีหัวจะหายได้ยังไงถ้าไม่บีบ
เมื่อสิวที่ไม่มีหัว และบวมจากการที่เม็ดเลือดขาวหรือเซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าไปต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย ต้องบอกว่า กระบวนการเหล่านี้ถึงจะต่อสู้เสร็จแล้ว หัวสิวก็ไม่สามารถละลายหายไป หรือสามารถออกมาได้เองอยู่ดีครับ
และอาจจะเกิดการสะสมของเซลล์ที่ตายแล้วในรูขุมขนได้ด้วยเช่นกันครับ สิ่งที่แนะนำเลยคือ ถ้าสิวมีหัวขาวๆมาให้บีบ ก็บีบครับ แต่ถ้าทิ้งไว้จนมันยุบแล้วยังไม่มีอะไรให้บีบเลย แนะนำให้ทำตามข้อด้านล่างได้เลย
กระบวนการทำลายเชื้อในสิว:
- เซลล์ภูมิคุ้มกัน (เช่น เม็ดเลือดขาว) จะเข้าไปในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อเพื่อกำจัดแบคทีเรีย แต่ถ้าร่างกายไม่สามารถกำจัดสิ่งที่สะสมในรูขุมขนได้ สิวนั้นก็จะไม่สามารถหายไปได้อย่างสมบูรณ์และอาจยังคงอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถระบายออกมาได้.
วิธีการรักษาที่ดี:
- การรักษาด้วยยาทา เช่น เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ หรือ กรดซาลิไซลิก อาจช่วยให้สิวที่ไม่มีหัวค่อยๆ ลดลงได้ เพราะมันช่วยฆ่าแบคทีเรียและช่วยในการทำให้เซลล์ผิวหนังหลุดลอกออกจากรูขุมขน.
- การรักษาทางการแพทย์ เช่น การทำทรีตเมนต์เลเซอร์ หรือการใช้ ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย ภายใต้การดูแลของแพทย์สามารถช่วยเร่งการหายของสิวได้.
สรุป
สรุปง่ายๆก็คือ ให้ทายาสิวที่มีตัวยาฆ่าเชื้อสิว และตัวผลัดเซลล์ผิวครับ จะช่วยให้ผิวหนังหรือเซลล์ที่ตายแล้วค่อยๆหลุดออกมา และยังช่วยละลายหัวสิวไปเรื่อยๆจนหมดอีกด้วยครับ
- 1. ปล่อยทิ้งไว้ให้เม็ดเลือดขาวจัดการ
- 2. ถ้ามีหัวสิวออกมาให้บีบก็บีบ
- 3. ถ้าไม่มีหัวออกมาให้บีบ ให้ทายาสิวที่มีส่วนผสมของการรักษาสิว
3 ขั้นตอนง่ายๆ แต่ใช้เวลาครับ เพราะการบีบตอนที่มีอะไรให้บีบมันจะยิ่งทำให้แย่ลงครับ ส่วนใครอยากหาอะไรทำระหว่างรอกระบวนการของร่างกาย ก็ลองแวะเข้ามาซื้อหวยที่นี่ได้ครับ รอไปเลย 15 วันยังไงก็ต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงของสิวแน่นอนครับ บอกก่อนว่าอัตราจ่ายบาทละ 98 บาทครับ คลิกที่ปุ่มได้เลย